Uncategorized

ทำความรู้จัก จอคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท

จอคอมพิวเตอร์

  จอคอมพิวเตอร์  อุปกรณ์ทรงเหลี่ยมที่ตั้งวางอยู่คู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊คที่หลายคนใช้งานกัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน หรือเกมเมอร์ก็ต้องคุ้นเคยกับจอคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี หากเป็นผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ตัวจอจะเปรียบเสมือนตัวกลางให้เราเห็นสิ่งที่คอมพิวเตอร์กำลังแสดงผล ทั้งหน้าจอระบบปฏิบัติการ หน้า Desktop และการเล่นเกม ส่วนใครที่ใช้งานโน๊ตบุ๊คอยู่ การได้จอคอมพิวเตอร์มาใช้งานร่วมจะทำให้เห็นภาพได้ใหญ่เต็มตายิ่งขึ้น มาในขนาดที่จอโน๊ตบุ๊คให้ไม่ได้ ซึ่งมีหลายคนเลยครับที่พกโน๊ตบุ๊คแต่เชื่อมต่อเข้ากับจอคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เขายังคงคล่องตัวในสถานการณ์ที่ต้องไปทำงานนอกสถานที่ และยังได้ทำงานแบบคมชัด เต็มตากับการเชื่อมต่อโน๊ตบุ๊คเข้ากับจอคอมพิวเตอร์

    จอคอมพิวเตอร์  ในปัจจุบันสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ หลายคนแบ่งตามการใช้งาน เช่น จอคอมพิวเตอร์ สำหรับทำงาน จอคอมเกมมิ่ง และจอคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานเฉพาะทาง หรือจะเป็นการแบ่งจอคอมพิวเตอร์จากพาเนลที่ใช้ ซึ่งแต่ละพาเนลเองก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งาน วันนี้ siamprojector ขอพาไปทำความรู้จัก “จอคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท  ” เข้าใจจอคอมพิวเตอร์ให้มากยิ่งขึ้น ทั้งการแบ่งประเภท และหากต้องการจอคอมพิวเตอร์เครื่อง ต้องเลือกซื้ออย่างไรให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด หากพร้อมแล้ว ไปดูกันได้เลย

จอคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานแบบกว้าง

ประเภทของ จอคอมพิวเตอร์ 

   เราสามารถแบ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตามพาเนลที่เลือกใช้ ซึ่งอย่างที่บอก แต่ละพาเนลก็มีจุดเด่น ข้อจำกัด และการนำไปใช้งานที่แตกต่างกันไป การเลือกพาเนลให้ตรงกับการใช้งานจะทำให้ดึงประสิทธิภาพของจอออกมาได้อย่างเต็มที่ หากเราทราบจุดประสงค์การใช้งานของเรา ก็จะสามารถเลือกพาเนลให้ตรงโจทย์การใช้งานได้นั่นเอง แล้วจอคอมพิวเตอร์ มีพาเนลอะไรบ้าง ตัวไหนจะตรงกับการใช้งานของเรา 

เลือกซื้อจอคอม ต้องดูอะไรอีก

      เราได้ทราบกันแล้วว่าจอคอมพิวเตอร์ตอนนี้มีพาเนลไหนบ้างที่นิยมใช้งานกัน มีข้อดี และข้อจำกัดอย่างไรบ้าง แล้วหากอยากได้จอคอมพิวเตอร์สักตัว จะเลือกซื้ออย่างไรได้บ้าง มีสเปกจุดไหนบ้างต้องดูก่อนซื้อ แต่ก่อนหน้านั้น ผู้ใช้งานควรตอบตนเองในคำถามง่ายๆ อย่าง “เราใช้งานอะไรบ้าง” จะได้เลือกซื้อจอคอมพิวเตอร์

จอคอมพิวเตอร์สำหรับทำงาน

รูปแบบหน้าจอ

    รูปแบบหน้าจอที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้จะเป็นส่วนของ จอแบน และจอโค้ง สมัยก่อนจะมีเลือกแค่จอแบน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้จอคอมพิวเตอร์  สามารถบิดงอให้โค้งเพื่อเพิ่มความสมจริงของการใช้งานได้ด้วย

จอแบน

    ตัวจอก็ตามชื่อเลยครับ มีลักษณะแบนเรียบ ไม่ได้มีส่วนใดส่วนหนึ่งนูนออกมา เหมาะสำหรับการใช้งานทุกประเภท ดูหนัง เล่นเกม ทำงาน ถือเป็นจอที่อยู่คู่กับผู้ใช้งานมาอย่างยาวนานเลย 

จอคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมแบบจอแบน

อโค้ง

ขอบเขตการเห็นภาพของสายตาคนเรา หรือ Field of View (FOV) ไม่ได้เป็นลักษณะแบนราบ แต่เป็นรูปแบบโค้งแทน มีมุมมองของสายตาแยกออกไปทางด้านซ้าย-ขวา หรือที่เรียกว่า วิสัยทัศน์รอบข้าง นั่นทำให้จอแบบโค้งนั้นจะโอบรับเข้ากับขอบเขตการมองเห็นของสายตามากกว่า ซึ่งที่เราเห็นกันในปัจจุบัน จอโค้งมีหลายระดับอย่าง 1500R, 1800R, 3000R เป็นต้น โดยเป็นตัวเลขบอกถึงความโค้งของจอ สอดคล้องกับระยะในการมองด้วย หากตัวเลขน้อยอย่าง 1800R ก็จะเหมาะกับการใช้งานในระยะ 1.8 เมตร หรือ 3000R ก็เหมาะกับการมองในระยะที่ 3 เมตร

โดยสรุปคือ จอโค้งนั้นออกแบบมาเพื่อตอบรับกับขอบเขตการมองเห็นของมนุษย์ ช่วยลดการเห็นภาพซ้อน เพิ่มความสมจริงมากยิ่งขึ้น และจอคอมขนาดใหญ่ๆ เองก็สมัยนี้ก็มักทำจอโค้งออกมาด้วย เพื่อให้มองเห็นภาพได้อย่างครอบคลุม ไม่หลุดมุมซ้ายและมุมขวาเมื่อเทียบกับจอแบบแบน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านการใช้งาน เช่น การติดตั้งกับแขนจับจอเสริม พื้นที่การวางที่ต้องเหมาะสม และการวางตั้งจอแนวตั้ง ซึ่งอาจจะยากกว่าจอแบนสักหน่อย

จอคอมพิวเตอร์แบบโค้ง

ขนาดหน้าจอ 

ขนาดหน้าจอดูจะเป็นปัจจัยแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงกันเมื่ออยากได้ จอคอมพิวเตอร์  สักตัว ซึ่งก็ไม่ผิดเลย อยากได้ภาพเต็มๆ ตาก็ต้องเลือกจอใหญ่ๆ สิถึงจะถูก แต่การเลือกขนาดจอเองก็ควรให้เหมาะสมกับการใช้งาน และพื้นที่ด้วย เพราะการใช้งานหลายๆ อย่างเองก็ต้องการขนาดที่พอดี ใหญ่เกินไปก็ไม่ดี เล็กเกินไปก็อาจปวดตาจ้องมองกันอีก เรามาดูขนาดหน้าจอยอดนิยมในการใช้งานกันสักหน่อย จะได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งานที่กำลังมองหาจอคอมพิวเตอร์ 

หน้าจอขนาด 24 นิ้ว 

  ขนาด 24 นิ้วเป็นขนาดเริ่มต้นสำหรับการทำงานทั่วไป และการเล่นเกม มีขนาดที่พอดีกับสายตา ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ทางด้านการทำงานก็ถือว่าเป็นขนาดเริ่มต้นที่ดี ทางด้านการเล่นเกมก็เหมาะสำหรับเกม FPS หรือเกมที่ต้องมองทั่วจอตลอดเวลา เพราะมีขนาดพอเหมาะ ใช้เวลาการกวาดสายตาน้อย ไม่ต้องเอียงคอมากเมื่อต้องมองที่มุมจอ หากเล่นเกมที่ต้องมองจอตลอดเวลา ขนาดนี้เป็นตัวเลือกที่ดีเลย 

ภาพการใช้งานจอคอมพิวเตอร์สำหรับทำงาน

หน้าจอขนาด 27 นิ้ว

ขยับขึ้นมาอีกหน่อย ในขนาด 27 นิ้วก็ยังพอเหมาะต่อการเล่นเกมและการทำงาน ใหญ่กำลังพอดีสายตาสำหรับเกม FPS แถมขนาดที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้เล่นเกมภาพสวยได้เต็มตา ในด้านการทำงานเองก็ช่วยให้การแบ่งหน้าจอทำงานทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเบียดกันจนมองเห็นข้อมูลได้ไม่ชัดเจน

หน้าจอขนาด 32 นิ้ว 

ในจอขนาด 32 นิ้วเริ่มมีจอโค้งให้เลือกกันบ้างแล้ว เพราะเป็นขนาดจอที่ค่อนข้างใหญ่ เพื่อให้การมองเห็นครอบคลุม จอโค้งจึงเข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ ในขนาด 32 นิ้วนี้อาจใหญ่เกินไปสำหรับการเล่นเกมแนว FPS หรือเกมที่ต้องมองให้คลอบคลุมจอตลอดเวลา เพราะยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการมองทั่วจอนานขึ้น แถมยังต้องเอียงคอเล็กน้อย นั่นทำให้การออกท่าทางหรือการเคลื่อนที่ช้ากว่าจอขนาดเล็ก จึงไม่นิยมมากนักสำหรับชาวเกม FPS แต่สำหรับการเล่นเกมที่เน้นความสวยงามของภาพ เน้นเอฟเฟ็กต์ เน้นเสพความสมจริง จอขนาดนี้ถือว่าตอบโจทย์

ส่วนด้านการทำงาน จอขนาด 32 นิ้วเองก็ยังเหมาะสมต่อการทำงานที่หลากหลาย จะทำงานทั่วไป งานแบบ Multitasking หรืองานตัดต่อ เพราะมีจอ 32 นิ้ว บางรุ่นมาพร้อมสัดส่วน 21:9 นั่นทำให้จอมีความกว้างกว่าปกติ ทำให้เห็นไทม์ไลน์การตัดต่อ หรือเห็นข้อมูลได้มากกว่าในหน้าเดียว

จอคอมพิวเตอร์แบบโค้งเชื่อมต่อเข้ากับ macbook

หน้าจอขนาด 32 นิ้วขึ้นไป

ตอนนี้จอคอมพิวเตอร์ มีขนาดให้เลือกถึง 55 นิ้วเลยทีเดียว ขนาดที่ใหญ่ขึ้น แน่นอนว่าเราจะได้เห็นรายละเอียดที่มากขึ้น ยิ่งจอใหญ่ ก็มักมาพร้อมกับความคมชัดที่มากขึ้นเช่นกัน หากต้องการจอคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดมากกว่า 32 นิ้ว ควรคำนึงถึงรูปแบบการใช้งานหลักๆ ของเรา หากเล่นเกม ก็ควรดูเรื่องระยะห่างจากจอถึงตัวผู้เล่น แม้จะบอกว่าเกมภาพสวย ยิ่งใหญ่ยิ่งดี แต่หากเล่นติดจอเกินไป ก็ทำให้เราอยู่ในระยะไม่เหมาะสม เห็นแค่ตรงกลาง ขอบมุมจอแทบจะมองไม่เห็นเลยถ้าไม่เอียงคอ หรือจะเป็นการทำงาน จอใหญ่ๆ ช่วยให้เราเห็นข้อมูลได้มากในหน้าเดียว แบ่งโปรแกรมได้เยอะ แต่หากใหญ่เกินไปก็เจอปัญหาด้านการมองเห็นเช่นเดียวกันหากระยะผู้ใช้งานกับจอใกล้กันเกินไป

ถ้าต้องการจอขนาดใหญ่เกิน 32 นิ้ว ก็ควรดูรูปแบบการใช้งาน ระยะการใช้งาน และขนาดโต๊ะคอมพิวเตอร์ให้สอดคล้องกันด้วย จอใหญ่สะใจก็จริง แต่หากปัจจัยอื่นไม่เหมาะสมกัน ก็จะส่งผลเสีย มากกว่าผลดี

อัตราส่วนภาพ (Resolution)

อัตราส่วนภาพ พูดให้เข้าใจง่ายคือความคมชัดสูงสุดของจอคอมพิวเตอร์ ที่จะให้ได้ เรามักจะเห็นอัตราส่วนภาพ (Resolution) ตามท้ายจอคอมพิวเตอร์  เช่น Full-HD, 2K และ 4K ยิ่งคมชัด ราคาก็ยิ่งสูงขึ้น

อัตราส่วนภาพนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดหน้าจอ และสัดส่วนหน้าจอด้วย บางตัวมีสัดส่วนกว้างกว่าปกติ ทำให้ความคมชัดอาจไม่ได้เป็น 2K หรือ 4K ตรงๆ อาจเป็น WQHD หรือ UWQHD และอื่นๆ อีกมาก ยังไงหากมองเห็นตัวเลข หรือตัวย่อของอัตราส่วนภาพแล้ว ก็ควรมองตัวเลขด้านหลังต่อด้วย จะได้มั่นใจมากขึ้นว่ามันคือความคมชัดแบบใด โดยจอคอมพิวเตอร์ ยอดนิยมส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3 ความคมชัดดังนี้

Full-HD 

เป็นอัตราส่วนภาพที่พื้นฐานไปแล้วในปัจจุบัน มีความละเอียดอยู่ที่ 1920×1080 หรือแตกต่างกันไปตามสัดส่วนหน้าจอ ความละเอียดแบบ Full-HD นี้เหมาะต่อการใช้งานทุกประเภท ไม่ว่าจะทำงาน ดูหนัง ชมคอนเทนต์ออนไลน์ และเล่นเกม ซึ่งหากต้องการจอคอมที่ให้ความคมชัดที่เหมาะสมกับยุคสมัยนี้ Full-HD นี้เป็นค่าพื้นฐานเลย

2K

ระดับ 2K นี้จะมีความละเอียดอยู่ที่ 2560×1440 หรือแตกต่างกันไปตามสัดส่วนหน้าจอ บางรุ่นอาจใช้คำว่า QHD, WQHD แล้วแต่สัดส่วนของจอที่ใช้งาน ในระดับความคมชัด 2K นี้ เกมเมอร์ถูกใจ คนทำงานก็นิยมใช้งานกัน ในสมัยก่อนจอ 2K นี้มีราคาสูง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้จอ 2K มีราคาถูกลง จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น

ทางด้านการใช้งาน เกมเมอร์เองก็ชอบ ยิ่งเกมที่มีงานภาพใหญ่ๆ ความคมชัดระดับ 2K นี้จะช่วยเพิ่มความสมจริงมากยิ่งขึ้น ส่วนการทำงาน ยิ่งภาพชัด ก็ทำให้งานด้านภาพ งานวิดีโอสมจริงมากเช่นกัน และหากดูหนัง หรือชมคอนเทนต์ออนไลน์ผ่านจอคอมพิวเตอร์ จอ 2K ก็ทำหน้าที่ได้ดี อลังการสุดๆ

4K

จอความคมชัดระดับ 4K นี้มีความละเอียดอยู่ที่ 3840 x 2160 ในบางรุ่นอาจใช้คำว่า UHD หรือ 4K UHD และแตกต่างกันไปตามสัดส่วนของหน้าจอ ในระดับ 4K นี้จะมีราคาสูง แต่แลกมากับประสบการณ์ความสมจริงที่เหนือระดับ จะเล่นเกมก็ดี ทำงานก็ได้ จะดูหนัง ชมซีรีส์ก็ยิ่งดี

ในด้านการเล่นเกม ยิ่งจอมีความคมชัดสูง นอกจากราคาที่สูงขึ้น อัตราการรีเฟรชหน้าจอเองจะน้อยลงด้วย เนื่องจากความคมชัดมากๆ การรีเฟรชหน้าจอจึงทำได้ไม่เท่ากับจอที่มีความคมชัดน้อยกว่า แต่บางรุ่นก็มาด้วยอัตรา 120Hz ซึ่งก็เพียงพอต่อการเล่นเกมทั่วไปและเกม FPS แล้วครับ แม้จะน้อยกว่า แต่แลกมากับความคมชัดระดับนี้ ก็ถือว่าคุ้มเลยครับ ส่วนด้านการทำงาน หากใช้งานทั่วไป งานเอกสาร ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ถึงขนาด 4K แต่หากทำงานด้านภาพ ด้านกราฟิก ด้านวิดีโอ ยิ่งคมชัด ก็ยิ่งเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน

อัตรารีเฟรชหน้าจอ (Refresh Rate)

อัตราการรีเฟรชหน้าจอ หรือ Refresh Rate คือจำนวนครั้งที่จอแสดงผลภาพต่อวินาที ซึ่งจะวัดค่าในหน่วยเฮิร์ต (Hz) ซึ่งเรามักจะเห็นหลังชื่อของจอคอมเกมมิ่ง เช่น 60Hz, 144Hz, 165Hz หรือ 240Hz ยิ่งสูง ภาพที่เราเห็นผ่านการเล่นเกมหรือดูหนังก็ยิ่งลื่นไหลมากขึ้น ในการทำงานทั่วไป อัตราการรีเฟรชหน้าจอนั้นไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก แต่สำหรับการเล่นเกม ยิ่งอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูง ก็ทำให้เราได้เปรียบผู้เล่นคนอื่น เพราะเราจะไม่พลาดทุกจังหวะที่สำคัญ เห็นการเคลื่อนไหวได้ทันท่วงที

อัตรารีเฟรชหน้าจอ 60Hz

เป็นอัตรารีเฟรชหน้าจอเริ่มต้นสำหรับจอคอมพิวเตอร์ สำหรับทำงาน ในด้านการทำงานไม่จำเป็นต้องใช้อัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงอย่างที่เรากล่าวไป แต่สำหรับการเล่นเกม อัตรารีเฟรชหน้าจอ 60Hz อาจน้อยเกินไปสำหรับการเล่นเกมในปัจจุบัน หากมองหาจอคอมเกมมิ่ง ก็อาจต้องมองหาอัตราการรีเฟรชหน้าจอที่สูงกว่านี้

อัตรารีเฟรชหน้าจอ 144Hz ขึ้นไป 

144 Hz เป็นอัตรารีเฟรชหน้าจอที่เหมาะสมต่อการเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นเกม FPS ที่ต้องการความลื่นไหล หรือจะเป็นเกมแอคชั่น เกมแข่งรถ หรือเกมอื่นๆ ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ยิ่งสูง ก็ยิ่งส่งผลทำให้ภาพภายในเกมลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ซึ่งจาก 60Hz เป็น 144Hz จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน แต่ยิ่งสูง ถ้าไม่ใช่มือโปร หรือเกมเมอร์อาชีพ อาจไม่เห็นความแตกต่างระหว่างจอ 144 Hz ถึง 220Hz สำหรับการเล่นเกมทั่วไป อัตราการรีเฟรชหน้าจอที่ 120 Hz ก็เพียงพอแล้ว

แต่หากเป็นเกมเมอร์มือโปร หรือเล่นเกมที่มีการหมุนภาพรวดเร็วตลอดเวลา ก็สามารถเลือกจอ 144Hz ขึ้นไป จนถึง 360Hz ได้เลย แต่อย่าลืมดูสเปกของคอมพิวเตอร์ด้วยว่าไหวแค่ไหน ประสิทธิภาพของการ์ดจอ ควรสอดคล้องกับอัตราการรีเฟรชหน้าจอด้วย จะได้ไม่เกิดภาพฉีกขาด หรือการทำงานที่ไม่สอดคล้องกันเพราะสเปกของทั้งคู่ไม่เหมาะสมกัน

เวลาตอบสนอง (Response Time)

เวลาตอบสนอง หรือ Response Time เป็นการบอกความเร็วที่เม็ดพิกเซลที่เรียงอยู่บนหน้าจอสามารถตอบสนองและเปลี่ยนสีได้รวดเร็วขนาดไหน โดยจอทั่วไปนั้นจะมีเวลาตอบสนองหน้าจออยู่ที่ 5 มิลลิวินาที แต่สำหรับจอคอมพิวเตอร์ สำหรับเล่นเกม ควรมีเวลาตอบสนองหน้าจออยู่ที่ 1 มิลลิวินาที เพื่อให้ภาพที่แสดงออกมากนั้นลื่นไหล เกิด Motion Blur กับ Ghosting ได้น้อยลง

เวลาตอบสนองนั้นถ้าเป็นจอทำงานอาจไม่เห็นความแตกต่างมากนัก แต่หากเป็นการเล่นเกม ถ้าเวลาตอบสนองไม่เร็วพอ จะเกิด Motion Blur กับ Ghosting ซึ่งทำให้เป้าการยิงคลาดเคลื่อนได้ ฉะนั้น หากเป็นจอคอมเกมมิ่ง ก็ควรดูสเปกเวลาตอบสนองไว้ด้วย ซึ่งการเล่นเกมที่เราแนะนำ ก็คือไม่เกิน 5 มิลลิวินา และหากให้ดี ให้อยู่ที่ 1 มิลลิวินาทีนั่นเองครับ

พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ

พอร์ตการเชื่อมต่อที่มากับจอคอมพิวเตอร์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ นั่นคือพอร์ตสำหรับการส่งภาพและเสียงจากอุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค อีกส่วนหนึ่งจะเป็นพอร์ตสำหรับการเป็น Hub เชื่อมต่ออุปกรณ์ หรือถ่ายโอนข้อมูล

พอร์ตการเชื่อมต่อภาพและเสียง ในปัจจุบันจะเป็น HDMI และ DisplayPort ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเจนของพอร์ต ยิ่งทันสมัย ก็สามารถส่งความคมชัดและอัตราการรีเฟรชหน้าจอที่สูงขึ้นได้ อีกพอร์ตหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ USB-C ที่ตอนนี้โน๊ตบุ๊คหลายรุ่นเริ่มใช้งานกัน สามารถส่งภาพและเสียงได้เช่นกัน นอกจากนี้จอบางรุ่นยังสามารถจ่ายไฟ ส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้กับโน๊ตบุ๊คได้ด้วย หากใช้งานโน๊ตบุ๊คที่มาพอร์ต Type-C ก็ควรมองหาจอคอมพิวเตอร์ ที่มาพอร์ตสอดคล้องกันด้วย จะได้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่ออื่นๆ เช่น USB-A, AUX3.5 mm. และ USB UpStream เหล่านี้จะขึ้นอยู่กับการใช้งานเฉพาะเลย บางตัวสามารถเป็น HUB เพื่อถ่ายโอนข้อมูลจากอุปกรณ์ที่เชื่อมผ่านพอร์ตเหล่านี้เข้าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คได้ด้วย หรือบางตัวมาพร้อมกับพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อหูฟัง จะได้ใช้งานหูฟังได้ง่าย ซึ่งปัจจุบันบางตัวก็มาพร้อมพอร์ต RJ45 เพื่อให้จอคอมพิวเตอร์ เป็นศูนย์กลางส่งต่ออินเตอร์เน็ตไปยังอุปกรณ์อย่างโน๊ตบุ๊คได้ด้วย เพราะส่วนใหญ่โน๊ตบุ๊คมักใช้งาน Wifi ไม่มีพอร์ตสำหรับต่ออินเตอร์เน็ตแบบสายมาให้ แบบนี้จะช่วยให้การใช้งานสะดวก และเสถียรขึ้นมากเลย

ใช้งานแบบนี้ เหมาะกับจอประเภทไหน

เราได้รู้กันไปแล้วว่าการเลือกจอคอมพิวเตอร์ สำหรับการใช้งานสักเครื่องต้องดูหัวข้อไหนบ้าง เพื่อให้สามารถเลือกซื้อจอที่ตรงกับความต้องการใช้งานมากที่สุด แต่สำหรับใครที่ยังคงไม่รู้จะต้องเลือกอยากไร เรามีสรุปให้ด้วย

จอคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกม

หากหาซื้อจอคอมพิวเตอร์ สำหรับเล่นเกม ควรดูเรื่องอัตราการรีเฟรชหน้าจอเป็นหลักเลยครับ ยิ่งอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูง จะทำให้ภาพภายในเกมลื่นไหล ส่งผลต่อการเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นเกม FPS หรือเกมที่มีการหมุนหน้าจอต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งจอพาเนล TN ให้อัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงในราคาที่เข้าถึงง่าย 

แต่หากเกมที่เล่นเป็นเกมเน้นภาพสวย พาเกมเมอร์ดื่มด่ำไปกับฉากในเกม ก็ควรดูความละเอียดสูงสุดที่ขั้นต่ำ Full-HD และหากงบไหว ก็สุดได้ที่ 2K – 4K เลยครับ ส่วนขนาดหน้าจอก็ใหญ่เล็กตามประเภทเกมที่เล่น และงบประมาณที่ตั้งไว้ครับ โดยเริ่มต้นที่ 24 นิ้วจะเหมาะสมที่สุดครับ และเปลี่ยนไปใช้พาเนล IPS หรือ VA เพื่อความสมจริงของภาพและสีสันมากยิ่งขึ้น

จอคอมพิวเตอร์สำหรับ ดูหนังและความบันเทิง

หากต้องการจอคอมพิวเตอร์ สำหรับดูหนัง ชมความบันเทิง จอคอมพิวเตอร์พาเนล VA จะตอบโจทย์เลยครับ เนื่องจากเป็นจอที่ให้คอนทราสต์สูง สำดำสนิทซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการดูหนังได้ดียิ่งขึ้น ส่วนหากงบยังไหว ก็ไปต่อได้ที่พาเนล OLED เลยครับ แน่นอนว่าเป็นจอที่เน้นความสมจริงของและสีสัน สีสด ดำสนิทเช่นกัน ทำให้ดูหนัง หรือชมความบันเทิงได้เต็มตาอย่างแน่นอน

จอคอมพิวเตอร์ สำหรับงานเอกสาร

การทำงานเอกสารไม่ได้เน้นสเปกเยอะมากนัก ไม่ว่าจะใช้พาเนลไหนก็สามารถใช้งานได้หมด จึงขึ้นอยู่กับงบประมาณ หรือดูการใช้งานอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น งานเอกสารกลางวัน กลางคืนดูหนัง ชมซีรีส์ ก็ดูไปที่จอ VA และจอ OLED หรือเล่นเกมร่วมด้วย ก็ดูพาเนล IPS หรือ TN ร่วมด้วยได้เลย

จอคอมพิวเตอร์สำหรับงานกราฟิก

ในด้านงานกราฟิก มีสิ่งที่ต้องคำนึงคือความสมจริง และความเที่ยงตรงของสี ซึ่งส่งผลต่อการทำงานโดยตรง พาเนลจอที่ให้ความสมจริงของสีสันคงหนีไม่พ้นพาเนล IPS แถมยังได้มุมมองภาพกว้าง มองจากมุมอื่นนอกจากกึ่งกลางจอก็ยังคงได้ภาพที่สมจริง ไม่ผิดเพี้ยน สายการทำงานเฉพาะทางมักเลือก IPS เป็นอันดับแรกๆ เลยครับ

จอคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท เข้าใจมากขึ้น ก็ยิ่งเลือกซื้อจอได้ตรงตามความต้องการ

จอคอมพิวเตอร์  จากสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด เทคโนโลยีที่นำสมัยมากขึ้นทำให้ภาพคมชัด สีสันสมจริง ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกม หรือดูหนังก็ยิ่งเพิ่มความสนุกและประสบการณ์ร่วมได้มากขึ้น

แม้จอคอมพิวเตอร์ในสมัยนี้จะมีสเปกย่อยให้เลือกเยอะ แต่หากทราบความต้องการใช้งาน การเลือก จอคอมพิวเตอร์  จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป บางการใช้งานต้องการความเที่ยงตรงของสี บางการใช้งานต้องการอัตราการรีเฟรชหน้าจอที่สูง บางรูปแบบการใช้งานจำเป็นต้องใช้พอร์ตการเชื่อมต่อเฉพาะ หรือบางการใช้งานขอเพียงความคมชัด ก็จะได้รับความสนุกแบบสมจริง ใครที่กำลังมองหาจอคอมพิวเตอร์  สักเครื่องอยู่ วันนี้คงทราบกันไปแล้วว่าจอคอมพิวเตอร์  มีกี่ประเภท และหากต้องการเลือกซื้อสักเครื่อง ต้องดูอะไรบ้าง

ทางเราขอแนะนำ จอมอนิเตอร์

สอบถามสินค้าอื่นๆ ติดต่อทาง siamprojector

ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-4466266 , 089-8415456 , 02-101-9982

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *