องค์ประกอบระบบของเสียง
เสียง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญในงานมัลติมีเดีย ที่นำไปประยุกต์ใช้กับงานได้หลากหลายประเภท ดังนั้นการใช้ความสำคัญกับอุปกรณ์และการเชื่อมต่อของระบบเสียงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของเสียงตามที่ต้องการ จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจและเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับงานของแต่ละองค์ประกอบ ซึ่งแต่ละองค์ประกอบของระบบเสียง
1. ไมโครโฟน (Microphone)

ภาพจาก siamprojector รุ่น BETA58A-X
เป็นอุปกรณ์หลักที่สำคัญในการรับและบันทึกข้อมูลเสียง ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนคลื่นเสียง (Sound Wave) จากแหล่งกำเนิดเสียง เช่น เสียงพูด เสียงเพลง เสียงธรรมชาติ หรือเสียงเครื่องดนตรี เข้ายังสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำเสียงเหล่านี้มาประมวลผลหรือแสดงผลได้ โดยในปัจจุบันไมโครโฟนมีการแบ่งรูปแบบหรือประเภทต่าง ๆ เพื่อเหมาะสมกับการใช้งาน ดังนี้
1.1 แบ่งตามรูปแบบการการทำงาน
การแบ่งตามรูปแบบการทำงานหรือโครงสร้างของไมโครโฟน สามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ
1.1.1 ไดนามิกไมโครโฟน (Dynamic Microphone)
ไดนามิกไมโครโฟน หรือมูฟวิ่งคอยล์ไมโครโฟน (Moving Coil Microphone) เป็นไมโครโฟน ชนิดขดลวดเคลื่อนที่ ทำหน้าเปลี่ยนคลื่นเสียงไปเป็นคลื่นสัญญาณไฟฟ้า โดยอาศัยคุณสมบัติของการเหนี่ยวนำทางแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยไดอะแฟรม (Diaphragm) ที่เป็นแผ่นโลหะบาง ๆ ติดกับขดลวดเหนี่ยวนำ เมื่อคลื่นกระทบกับไดอะแฟรมที่ติดอยู่กับขดลวด จะเกิดการเคลื่อนที่ของขดลวดในสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและสร้างความเข้มของเสียงที่กระทบกับไดอะแฟรมอย่างเป็นสัดส่วนทำให้เกิดเป็นสัญญาณเสียง ไมโครโฟนชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้มากเพราะสามารถรับเสียงในย่ายความถี่กว้าง ทั้งความถี่สูงและความถี่ต่ำได้ดี
1.1.2 คอนเดนเซอร์ไมโครโฟน (Condenser Microphone)
เป็นไมโครโฟน ที่ประกอบด้วยไดอะแฟรมที่สีลักษณะคล้ายกับแผ่นเก็บปะจุไฟฟ้าที่เป็นโลหะบาง ๆ 2 แผ่นวางขนาดกันเมื่อมีเสียงมากระทบแผ่นโลหะจะทำให้ผ่านโลหะบาง ๆ ของคอนเดนเซอร์ (Condenser) เกิดการเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นผลทำให้ค่าความจุไฟฟ้าของคอนเดนเซอร์เปลี่ยนไปจนเกิดค่าแรงดันไฟฟ้าของสัญญาณเสียง ไมโครโฟนชนิดนี้จะตอบสนองความถี่สูงได้ดีมาก แต่การใช้งานจะต้องมีแหล่งจ่ายไฟเลี้ยงหรือแบตเตอรี่อยู่ด้วย
1.2 แบ่งตามรูปแบบการรับเสียง
การเลือกใช้ไมโครโฟน ที่มีทิศทางการรับเสียงที่เหมาะสมกับงาน จะทำให้คุณภาพของเสียง ความชัดเจน ความดัง หรือตัดเสียงรบกวนได้ที่เป็นไปตามความต้องการ โดยชนิดรับเสียงจะมีรูปแบบและรัศมีการรับเสียง (Polar Pattern) ที่แตกต่างกัน ตามแต่ละลักษณะของงานหรือสภาพแวดล้อมที่ต้องการรับเสียง ซึ่งไมโครโฟน มีรูปแบบทิศทางการรับเสียงได้เป็น 5 รูปแบบ
1.2.1 รับเสียงรอบทิศทาง (Omni Directional) รับเสียงรอบทิศทางไมโครโฟน
1.2.2 รับเสียงเฉพาะด้านหน้า (Cardioid) รับเสียงกว้างหน้าไมโครโฟน
1.2.3 รับเสียงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านหน้ามากว่าด้านหลัง (Super Cardioid & Hyper Cardioid) เป็นการรับเสียงในมุมกว้างด้านหน้าและหลัง แต่รับเสียงด้านหน้าได้มากกว่า
1.2.4 รับเสียงสองทิศทาง (Bidirectional or Figure 8) เป็นการรับเสียงในมุมกว้างด้านหน้าและหลังเท่ากัน
1.2.5 รับเสียงเฉพาะจุด (Shotgun) เป็นการรับเสียงในมุมแคบในทิศทางที่หัวไมโครโฟน หันไป รูปแบบนี้จะตัดเสียงรบกวนได้ด้านข้างออกไปได้อย่างมาก
1.3 แบ่งตามการใช้งาน
1.3.1 แบบมือถือ เป็นไมโครโฟน ลักษณะเหมือนไมโครโฟน ทั่วไป มีสายเชื่อมต่อ ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานพิธีกร งานแสดง ที่ไม่ต้องการความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
1.3.2 แบบชุดประชุม ไมโครโฟนจะเป็นแบบตั้งโต๊ะ ประกอบด้วยไมโครโฟนสำหรับประธาน และไมโครโฟนสำหรับผู้ร่วมประชุม เครื่องรับสัญญาณสามารถเชื่อมต่อกับไมโครโฟนจำนวนมากพร้อมทั้งมีฟังก์ชั่นต่างๆ เหมาะสำหรับงานการประชุม
1.3.3 Shotgun Microphone ไมโครโฟน ที่รับเสียงเพราะด้านหน้า มีแคปซูลรับเสียงจะอยู่ด้านหลังของท่อที่มีสล๊อตที่เรียกว่า Interference Tube ทำหน้าที่ในการตัดเสียงรอบข้าง ไมค์ประเภทนี้จึงถูกใช้งานถ่ายภายนอกมากเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ต้องการรับเสียงเฉพาะจุดจึงจำเป็นต้องต่อไม้เพื่อยกไมโครโฟน เหนือศีรษะ และหันหน้าตัวรับเสียงไปยังต้นกำเนิดเสียง ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกว่า ไมค์บูม (Boom Mics)
1.3.4 ไมโครโฟน แบบหนีบปกเสื้อ (Lavalier Microphone) เป็นไมโครโฟน แบบหนีบกับปกหรือคอเสื้อ ไมโครโฟน กับตัวส่งจะแยกกัน ตัวส่งมักจะเหน็บไว้ที่เอว เรียกอีกอย่างว่า Body Pack ซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังตัวรับเช่นเดียวกัน เนื่องจากตัวไมโครโฟน มีขนาดเล็ก สามารถซ่อนได้ มีความไวสูง เหมาะกับการพิธีกร หรืองานแสดงที่ต้องการความคล่องตัวสูง
1.3.5 แบบติดกล้อง ออกแบบมาสำหรับการใช้งานกับกล้อง DSLR กล้องวีดีโอและเครื่องบันทึกเสียง ตัวไมโครโฟน สามารถติดกับหัวกล้องได้ จะมีมีสาย Stereo Mini Plug มาให้เสียบใช้งานได้ทันที ตัวส่งสัญญาณมีช่องเสียบไมโครโฟน เหมาะสำหรับการสัมภาษณ์ งานที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา
1.3.6 แบบไร้สาย (Wireless Microphone) เป็นไมโครโฟน ทั่ว ๆ ไปที่ได้มีการพัฒนาทำการขยายและผสมสัญญาณกระจายส่งออกมาเป็นคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency) และถูกแปลงเป็นสัญญาณเสียงเพื่อเข้ามาในระบบ ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ไมค์ลอย การส่งรับ-ส่งสัญญาณย่านความถี่วิทยุอาจจะการรบกวนของสัญญาณในแต่ละย่านความถี่ที่มีการใช้งานจนมากเกินไป
2. เครื่องบันทึกเสียง
ในปัจจุบันเครื่องบันทึกเสียงถูกพัฒนาได้เอา องค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ไมโครโฟน ผสมสัญญานเสียง ช่องเชื่อมต่อสัญญาณ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล การ์ดเสียง ลำโพง มารวมกับในขนาดที่สามารถพกพาได้ โดยเครื่องบันทึกเสียงในปัจจุบันได้ถูกใส่คุณสมบัติต่าง ๆ เช่น สามารถบันทึกเสียงได้ 2 ทิศทาง สามารถเชื่อมต่อสัญญานเสียงอื่นเข้ามาในอุปกณ์ได้และสามารถควบคุมเสียงรายสัญญาณ ถือว่าเป็นเป็นเครื่องผสมสัญญานเสียงในตัว สามารถควบคุมเสียงผ่านหน้าจอ LED และปุ่มควมคุม ตัวอุปกรณ์มีความสามารถในการลดเสียงรบกวน แปลงเสียงรวมทั้งยังสามารถบันทึกผ่าน Micro SD การ์ด หรือสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ผ่านพอร์ต่าง ๆ
3. การ์ดเสียง (Sound Card)
การ์ดเสียง หรือ ซาวด์การ์ด คือแผงวงจรที่สร้างเสียงต่าง ๆ แล้วส่งไปยังลำโพง โดยปัจจุบันเทคโนโลยีของการ์ดเสียง ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ในบ้านกลายเป็นโฮมเธียเตอร์ได้ ด้วยเทคโนโลยีเสียง 3 มิติ หรือระบบเสียงรอบทิศทาง โดยรูปแบบของการ์ดเสียงที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ มี 2 แบบ คือ แบบออนบอร์ด (Sound On Board) เป็นระบบเสียงตามมาตรฐาน AC’97 หรือ Intel ® High Definition Audio อยู่ในรูปแบบของชิปเสียง ถูกติดตั้งไว้บนเมนบอร์ดเพื่อพร้อมสำหรับใช้งาน และแบบตัวการ์ดเสียง (Sound Card) ใช้เสียบต่อในช่องสล็อตแบบ PCI บนเมนบอร์ด เป็นระบบเสียงที่ได้คุณภาพดีกว่าแบบออนบอร์ด นอกจากนี้ยังมีแบบต่อภายนอก (External) ด้วย โดยสามารถที่จะติดตั้งโดยผ่านทางพอร์ต USB ทำให้ในการใช้งานได้ทันที
แบบออนบอร์ด (Sound On Board) เป็นระบบเสียงตามมาตรฐาน AC’97 หรือ Intel High Definition Audio อยู่ในรูปแบบของชิปเสียง ถูกติดตั้งไว้บนเมนบอร์ดเพื่อพร้อมสำหรับใช้งาน โดยไม่ต้องหาการ์ดเสียงมาใส่
แบบตัวการ์ดเสียง (Sound Card) เป็นระบบเสียงที่ได้คุณภาพดีกว่าแบบออนบอร์ด แต่จะต้องซื้อการ์ดเสียง โดยมากใช้เสียบลงในช่องสล็อตแบบ PCI บนเมนบอร์ด
4. อุปกรณ์ผสมสัญญาณเสียง (Audio Mixer)
อุปกรณ์ผสมสัญญาณเสียง เป็นเครื่องมือสำหรับบันทึกและแก้ไขเสียงในแต่ละแทร็กได้อิสระ เช่น สามารถควบคุมระดับความดังของเสียง (Volume) จังหวะ (Tempo) และระงับเสียง (Mute) ซึ่งการแก้ไขและจัดการแทร็กเสียงต่าง ๆ จะไม่ส่งผลกระทบต่อแทร็กอื่น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงแบบพิเศษ เช่น เสียงคอรัส เสียงเอคโค (Echo) หรือเสียงจากอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ จากนั้นแทร็กเหล่านี้จะถูกผสมผสานลงในช่องสัญญาณ ถ้าเป็นระบบเสียงสเตอริโอ จะใช้ 2 ช่องสัญญาณ แต่ถ้าเป็นเสียงเซอราวด์จะใช้มากกว่า 2 ช่องสัญญาณขึ้นไป
5. เครื่องขยายเสียง (Amplifier)
เครื่องขยายเสียง เป็นอุปกรณ์สำหรับขยายสัญญาณอินพุตให้มีความดังหรือแอมพลิจูดเพิ่มขึ้น โดยเครื่องขยายเสียง จะประมวลผลสัญญาณโดยใช้ชุดของทรานซิสเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่บนแผงวงจร โดยสัญญาณอินพุตจะถูกขยายให้มีแอมพลิจูดเพิ่มขึ้นแต่มีรูปแบบคลื่นเหมือนเดิม สามารถแบ่งแยกตามวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำสร้างวงจรภาคขยายเสียงได้ เช่น แอมป์หลอดสูญญากาศ (Vacuum Tube) แอมป์ทรานซิสเตอร์ (Transistor) แอมป์มอสเฟส (Mosfet) และแอมป์ที่ใช้วงจรรวม
6. ลำโพง (Speaker)
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพลังงานทางไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยจะทำหน้าที่กระจายเสียงที่ได้รับมาจากเครื่องขยายเสียง สามารถแบ่งลำโพงออกเป็น 2 ชนิด
5.1 ลำโพงแบบไดนามิก
เป็นลำโพงใช้สำหรับประกอบด้วยขดลวด ที่ทำจากกระดาษ หรือไฟเบอร์ เรียกว่า ไดอะแฟรม ซึ่งติดกับขดลวด เมื่อสัญญาณไฟจากแหล่งกำเนิดเสียงเดินทางผ่านขดลวด จะทำให้เกิดสนามไฟฟ้ารอบขดลวด
5.2 ลำโพงชนิดเสียงทุ้ม และลำโพงชนิดเสียงแหลม
เป็นลำโพงที่มีรูปแบบเสียงที่ออกจากลำโพง 2 ระดับ คือ
5.2.1 ระดับเสียงทุ้ม (Woofer)
เป็นระดับเสียงที่มีความถี่ต่ำประมาณ 20 ถึง 400 หรือเรียกว่า เสียงเบส (Bass) โดยจะมีกรวยที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 5 ถึง 18 นิ้ว ลำโพงชนิดนี้จึงมีขนาดใหญ่
5.2.2 ระดับเสียงแหลม (Tweeter)
เป็นระดับเสียงที่มีความถี่สูงอยู่ในช่วงระหว่าง 4 ถึง 20 กิโลเฮิรตซ์ ความถี่สูงสุดของเสียง เรียกว่า ระดับเสียงสูงสุด (Treble) ซึ่งจะใช้กรวยที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว หรือน้อยกว่า ลำโพงชนิดนี้จึงมีขนาดเล็ก
5. สายส่งสัญญาณเสียง
ปัจจุบันรูปแบบการเชื่อมต่อของสัญญาณชนิดต่าง ๆ บนอุปกรณ์กลุ่มเครื่องเสียงกลางแจ้ง ระบบชุดประชุม สายงานบรอดคาสต์ และสตูดิโอ มีความหลากหลายมากขึ้น โดยระบบดิจิทัลได้เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของคนทุกวงการหลายปี และทำให้รูปแบบการเชื่อมต่อระบบอะนาล็อกบางประเภทเริ่มหายไป ชนิดหรือรูปแบบการเชื่อมต่ออุปกรณ์สัญญาณเสียงที่สำคัญ
สอบถามสินค้าอื่นๆ ติดต่อทาง siamprojector
ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-4466266 , 089-8415456 , 02-101-9982






















