บทความทั่วไป

ลำโพงมีกี่ประเภท แต่ละประเภททำหน้าที่อะไรกันบ้าง

ลำโพงมีกี่ประเภท แต่ละประเภททำหน้าที่อะไรกันบ้าง

เมื่อพูดถึงลำโพง ส่วนใหญ่แล้วมักเรียกรวมไปถึงดอกลำโพงหรือตัวขับลำโพง เป็นตัวแปลงขั้วกระแสไฟฟ้าและจะเกิดเสียงได้ก็ต่อเมื่อมีการป้อนสัญญาณไฟฟ้าให้กับขดลวด หรือนำลำโพง ไปต่อเข้ากับเครื่องขยายสัญญาณเสียง จึงเกิดการส่งสัญญาณเสียงมายังลำโพง เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้นมานั่นเอง ถามว่าอะไรคือที่สุดของเครื่องเสียง ก็คงหนีไม่พ้นลำโพง

ลำโพง ที่ดี แน่นอนว่าต้องมีการส่งเสียงที่แม่นยำและไม่ผิดเพี้ยน เสียงจะต้องเหมือนกับต้นฉบับเดิมให้ได้มากที่สุด ความเพี้ยนของเสียงต้องมีน้อยที่สุด เสียงจะต้องเป็นคลื่นตามความยาว โดยเสียงแหลมและทุ้มขึ้นอยู่กับความถี่ ซึ่งตรงนี้จะขึ้นอยู่กับความเร็วในการสั่นสะเทือนของวัตถุ และเสียงดังหรือเบาขึ้นอยู่กับขนาด amplitude ยิ่งมีค่ามากความเข้มหรือความดังก็จะเพิ่มขึ้น

เมื่อพูดถึงประเภทของลำโพง  หลายคนเกิดความสงสัยว่าลำโพง  หรือดอกลำโพงมีด้วยกันกี่ประเภท มีหน้าที่อย่างไรและแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างไร เรามาหาคำตอบกัน

1.Full-range drivers

ไดรฟ์เวอร์ลำโพง แบบ full-range ถูกกำหนดให้เป็นไดรฟ์เวอร์ที่ทำช่วงความถี่เสียงได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะ ลำโพง  Full-range จะเป็นดอกลำโพงเดียวที่สามารถให้เสียงได้ครบทุกช่วงเสียง ระบบควบคุมส่วนใหญ่จะเป็นแบบเดี่ยว เช่น วิทยุหรือลำโพงคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะสามารถทำช่วงเสียงออกมาได้ทั้งหมด

2.Subwoofer

ซับวูฟเฟอร์ (หรือซับ) เป็นวูฟเฟอร์ ซึ่งทำหน้าที่ในการทำเสียงความถี่ต่ำเรียกว่าเบส ช่วงความถี่ทั่วไปสำหรับซับวูฟเฟอร์คือประมาณ 20-200 Hz สำหรับ ต่ำกว่า 100 Hz สำหรับมืออาชีพที่ทำการเล่นเสียงสดหรืองานคอนเสิร์ต และต่ำกว่า 80 Hz ในระบบ THX ที่ได้รับการรับรอง ซับวูฟเฟอร์มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่วงความถี่ต่ำของลำโพงที่ครอบคลุมคลื่นความถี่สูงกว่า ถึงแม้ว่าคำว่า “ซับวูฟเฟอร์” ในทางเทคนิคจะหมายถึง ไดรเวอร์ของลำโพง เท่านั้น แต่โดยทั่วไปที่เราใช้พูดและเข้าใจกันมักจะหมายถึง ไดรเวอร์ของซับวูฟเฟอร์ที่ติดตั้งอยู่ในตู้ลำโพง

3. Woofer

วูฟเฟอร์เป็นไดร์เวอร์ที่ให้กำเนิดความถี่ต่ำ ตัวขับทำงานร่วมกับลักษณะของตู้เพื่อผลิตความถี่ต่ำที่เหมาะสม ระบบลำโพง บางตัวใช้วูฟเฟอร์สำหรับความถี่ต่ำสุด โดยบางครั้งวูฟเฟอร์ดีพอที่จะไม่ต้องใช้ซับวูฟเฟอร์เข้ามาช่วยเลยก็ได้ นอกจากนี้ลำโพง บางตัวยังใช้วูฟเฟอร์ในการรับมือกับความถี่ระดับตรงกลาง สามารถทำได้ด้วยการเลือก Tweeter ที่สามารถทำงานได้ต่ำพอสมควรรวมกับวูฟเฟอร์ที่ตอบสนองได้ดีทำให้ไดรเวอร์ทั้งสองสามารถเพิ่มความถี่ในการเชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืน

4. Mid-range driver

ลำโพง ระดับกลางเป็นไดร์เวอร์ ดอกลำโพงที่ทำย่านความถี่โดยทั่วไประหว่าง 250-2,000 Hz หรือที่เรียกว่า ‘mid’ frequency (ระหว่างวูฟเฟอร์และทวีตเตอร์) จะมีการให้เสียงที่ปกติส่วนมากจะเป็นเสียงร้อง โดยแผ่นไดอะแฟรมไดร์เวอร์สามารถทำจากกระดาษหรือวัสดุผสมและสามารถเป็นไดร์เวอร์การแผ่รังสีโดยตรง (แทนที่จะเป็นวูฟเฟอร์ขนาดเล็ก) หรือสามารถบีบอัดไดร์เวอร์ได้ (เช่นเดียวกับการออกแบบทวีตเตอร์บางตัว)

5. Tweeter

ดอกลำโพงทวีตเตอร์หรือลำโพง เสียงแหลมเป็นลำโพง ชนิดพิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อให้มีความถี่เสียงสูงโดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 HZ ถึง 20,000 Hz  โดย Tweeter บางตัวสามารถส่งคลื่นความถี่สูงได้ถึง 100 kHz โดยชื่อ Tweeter นี้ได้มาจากการเปรียบเทียบ เหมือนกับเสียงแหลมสูงของนกบางตัว

6. Coaxial drivers

ดอกลำโพง Coaxial คือลำโพง ที่มีไดรฟเวอร์ตั้งแต่สองตัวขึ้นไปมีตำแหน่งรวมกันจากทั้ง Tweeter และ Mid-Range เพื่อให้เสียงพุ่งออกมาจากจุดเดียวกัน ซึ่งตรงนี้จะเปรียบเสมือนกับการพูดของคนเรา ที่มีเสียงพูดออกมาจากจุดเดียวกัน เพราะจะได้ยินเสียงที่ชัดเจนมากที่สุด ตรงนี้หลายคนก็น่าจะได้เห็นกันบ้างแล้วกับนวัตกรรม Uni-Q ของ KEF

 

สอบถามสินค้าอื่นๆ ติดต่อทาง siamprojector

ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-4466266 , 089-8415456 , 02-101-9982

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *