ตู้ลำโพง มีทั้งขนาดเท่ากำปั้นจนถึงใหญ่เท่าตู้เย็น 20 คิวกว่าๆ มีรูปร่างตั้งแต่ทรงกลม,ทรงเหลี่ยม,ทรงเกือบกระบอก,ทรงสี่เหลี่ยม,ทรงปิรามิด,ทรงก้นหอย,ฯลฯ น้ำหนักตู้ตั้งแต่แค่ 1 กก ถึงกว่า 200 ก.ก. ต่างก็ให้คุณภาพเสียงแตกต่างกันไป
ระบบของลำโพง นอกจากต้องประกอบด้วย ดอกลำโพง(ที่ต่างรูปแบบกันไป), วงจรแบ่งความถี่เสียง,สายลำโพงภายใน,ขั้วต่อสายลำโพงจากภายนอกและแน่นอน “ตู้ลำโพง” เราจะมาดูว่าน้ำหนัก ตู้ลำโพง มีผลอย่างไรต่อคุณภาพเสียง
ดังที่กล่าวแล้ว ตู้ลำโพง มีตั้งแต่ขนาดเท่ากำปั้นจนถึงขนาดสูงท่วมหัวก็ยังมี ขนาดของตู้เป็นตัวบ่งบอกปริมาตรการกักเก็บอากาศภายในตู้ หลักการง่ายๆทั่วๆไปคือ ยิ่งตู้ใหญ่มักให้เสียงทุ้มลงได้ลึกกว่า อิ่มกว่า ดังกว่าตู้เล็ก ในกรณีที่เงื่อนไขอื่นๆเหมือนๆกัน
ความถี่ตอบสนอง จะราบรื่นเนื่องจากตู้ไม่สั่นสะเทือนจนเขย่า ดอกลำโพง, กรวยลำโพง,โคมลำโพง ทำให้ส่วนเคลื่อนไหวผลักดันอากาศของดอกลำโพงเหล่านี้ ขยับตัวได้เต็มที่ ไม่ถูกเขย่าไปพร้อมๆกับกำลังส่งเสียงตามปกติอยู่ เสียงจึงชัดไม่พร่ามัวจากการเขย่าของตู้ อะไรที่พร่ามัว สมองจะแปลว่าเสียงนั้นไม่ดัง, และแบนถอยติดตู้ ไม่กระเด็นหลุดมาหาเรา จึงเหมือนมันไม่ดังหรือดังค่อยลง
ดังนั้น ถ้าตู้ไม่มั่นคงแข็งแรง อ่อนไหวต่อการสั่นด้านที่บางความถี่เช่นที่ความถี่ F1, F2, F3 ก็แสดงว่าที่ความถี่ F1, F2, F3 เสียงจะพร่ามัวเบลอ ก็จะเหมือนเสียงถอย,จม,แบนไม่พุ่งหลุดออกมาหาเรา เหมือนค่อยลง ลำโพงบางคู่ไม่แข็งแรง สั่นกราวไปหมด แล้วเราหาของหนักหรือทิปโทหรือเดือยแหลมรองใต้ตู้ อันช่วยให้การสั่นลดลงได้ แต่มักจะลดได้ผลดีที่สุดที่ความถี่แถวๆช่วงเสียงกลางสูง
ถ้าเป็นอย่างนี้จะพบว่าเสียงกลางสูงพุ่งกระเด็นชัดออกมาหาเรา ขณะที่ความถี่ช่วงอื่นๆเบลอไปหมดเหมือนถอยจมอยู่ ถ้าเราไม่เข้าใจก็จะว่า ทิปโท,เดือยแหลม,ตัวทับตู้,ตัววางบนตู้,ช่วยให้โฟกัสเสียงดีขึ้น เสียงนักร้อง (ช่วงเสียงกลาง) ชัดขึ้น, โฟกัสขึ้น แต่ลืมไปว่าเสียงดนตรี, เสียงนักร้องไม่ได้ประกอบด้วยความถี่โดดๆเดียว หากแต่ยังประกอบด้วยความถี่คู่ควบต้านความถี่ต่ำๆไล่เรียงลงไปและความถี่คู่ควบด้านสูงไล่เรียงขึ้นไป โดยมีความถี่หลักเป็นแกนนำอยู่ ถ้าความถี่คู่ควบทั้ง 2 แถบนี้ มันยังเบลอ,ถอยจม,พร่ามัวอยู่ ก็จะได้ยินชัดแต่ความถี่หลัก ทำให้ขาดตัวที่จะมาจำแนกว่า นี่เป็นเสียงจากเปียโนยี่ห้อโน้น ยี่ห้อนี้ เปียโนแสนกว่าบาทหรือสามล้านบาท เสียงนักร้องคนนั้นคนนี้ ที่แตกต่างกันไป กลับจะฟังเหมือนๆคล้ายๆกันไปหมด
ดังนั้น การจะจัดการเรื่องความสั่นของตัวตู้จึงต้องมองให้ออกทั้งยวงของความถี่ต่ำสุดไปสูงสุด ต้องปฏิบัติหรือมีผลเสมอกัน ไม่เลือกกำจัด ตรงนี้เป็นความผิดพลาดและความไม่เข้าใจของคนทำ “เครื่องเคียง”ขายที่เกี่ยวกับ ตู้ลำโพง หรือวางอุปกรณ์ช่วยนั้นๆไว้ภายในห้องและเกิดการเลือกปฏิบัติเช่นกัน
การจัดการเรื่องการสั่น “ทั้งโขยงความถี่”เป็นเรื่องทำได้ยากมากทำให้ผู้ผลิตลำโพงไฮเอนด์บางยี่ห้อเลือกที่จะ “ทุบทั้งกระบิ” คือไม่สนใจอะไรทำให้ตัวตู้มันหนักที่สุด นิ่งที่สุดไว้ก่อน เราจึงได้เห็นระบบลำโพงที่ตู้ข้างหนึ่งหนักเกือบ 100 ก.ก.ทั้งๆที่เป็นลำโพงวางหิ้ง! หรือหนักเกิน 200 ก.ก.กับลำโพงวางพื้น ถามว่าดีไหม มันดีแน่ๆ เป็นอุดมคติเลย แต่อย่าลืมว่า มีห้องบันทึกเสียงสักกี่แห่งในโลกที่ใช้ลำโพงหนักมหาศาลอย่างนั้นในการฟังทดสอบ (MONITOR) ขณะทำการบันทึกเสียง (MASTER) ส่วนใหญ่ก็เป็นลำโพง MONITOR หนักปานกลาง ไม่บ้าเลือดขนาดนั้น เขาจึงแต่งเสียงที่เหมาะสม,เข้ากันได้,ให้เสียงครบ,มิติลงตัว สอดรับกับลำโพงทั่วไป ดังนั้นเมื่อนำอัลบั้มนั้นมาฟังกับลำโพงโคตรหนัก จึงมักพบว่า เสียงที่ได้ออกผอม, เกร็ง, ขาดความผ่อนคลาย, ขาดมวลหรือเนื้อหนัง โอเคมันชัด พุ่ง ลอย แต่ไม่ผ่อนคลาย ไม่น่าฟังเอาเสียเลย ผู้ออกแบบลำโพงอาจเป็นวิศวกรที่ดี, เก่ง แต่ล้มเหลวในการประเมินสถานการณ์
ตู้ที่หนักจะช่วยให้เสียงกระเด็น, หลุดลอยออกมาหาเราได้ดีขึ้นพร้อมๆกับชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นในวงจะถูกจัดวางอย่างมีตำแหน่งนิ่ง(ไม่วอกแวก),วางหรือเรียงตัวเป็นลำดับหน้า-หลัง ไล่เรียงกันไป คือมีลำดับตื้น-ลึก รู้ขอบเขตสิ้นสุดของเวทีเสียงของวง ไม่ใช่มันฟุ้งเบลอไปกับฉากหลังไม่รู้ว่าขอบสิ้นสุดอยู่ไหน
นอกจากนั้นจะแยกเสียงตรงออกจากเสียงกังวาน สะท้อนของตัวมันได้ชัดขึ้น แม้แต่เสียงกังวานยังฟังออกว่ามีทรวดทรง มีการกระเพื่อมพลิ้วระรอกพร้อมกับแต่ละเสียง แต่ละโน้ตแยกขาดจากกัน
ไม่ดังเกยกันระหว่างหางเสียงโน้ตตัวแรกกับโน้ตตัวที่ติดตามมา ทำให้ช่องไฟระหว่างตัวโน๊ตเกลี้ยงสะอาดและสงัด พร้อมกับเปิดเผยรายละเอียดของหัวโน้ตถัดมาได้กระจ่างชัดขึ้นหรือพูดว่ารายละเอียดเสียงที่สวิงทันทีทันใด…..ดีขึ้น จะรู้สึกว่าเวทีเสียงเกลี้ยง,สะอาด ไร้ม่านหมอก โปร่งทะลุขึ้น, สงัดขึ้นอันทำให้ รายละเอียดหยุมหยิมที่ค่อยมากๆไม่ถูกกลบหาย
เมื่อตู้ที่แกร่ง,มั่นคง,หนักมีข้อดีแทบทุกรูปแบบอย่างนี้ ทำไมไม่ค่อยทำกัน ปัญหาคือ
- มันจะฟ้องคุณภาพของดอกลำโพงที่ใช้และวงจรแบ่งความถี่ที่ดีไม่พอ พูดง่ายๆว่า ออกแบบได้ยากขึ้นมาก (มั่วได้ลำบากขึ้น)
- ทุ้ม เก๊ๆที่ได้จากตู้สั่นช่วย จะหายไปเยอะ การจะออกแบบหรือเลือกดอกทุ้มมาชดเชยทำได้ยาก และต้องใช้ของดีมาก เพิ่มต้นทุนอีกเยอะ แถมลำโพงเหมือนกินวัตต์ขึ้นด้วย
- ตู้ที่หนักจะเพิ่มต้นทุนพุ่งขึ้นมหาศาล
- ตู้หนัก ขนส่ง,ย้าย ลำบาก เพิ่มค่าขนส่ง
- ตู้หนัก ค่าขนส่งเพิ่ม จะทำให้ต้องจ่ายค่าภาษีนำเข้า (IMPORT TAX ) ที่คิดเอาโดยค่าขนส่งมารวมด้วย ก็จะพุ่งขึ้นมาก ขายยาก(ของที่ทำในท้องถิ่นเช่นในบ้านเราจึงได้เปรียบข้อนี้อย่างมาก)
- ในการจัดสาธิต,ออกงาน,ขนย้าย,ซ่อมแซม ตู้ที่หนักเป็น 100 กก เป็นอะไรที่มหาโหดมากๆ ลองคิดว่าต้องยกของหนักเป็นร้อยกิโลกรัมขึ้นชั้น2 ชั้น3 มันสาหัส รำเค็ญ ขนาดไหน
- ความลงตัว พอเหมาะว่าควรหนักเท่าไรดีต้องบาลานท์ให้ดีระหว่างคุณภาพดอกลำโพง,วงจรแบ่งเสียง,น้ำหนักตู้กับการเข้ากันได้ดีของอัลบั้มเพลงที่เขาทำๆกัน(โดยจูนกับลำโพง MONITOR ปกติที่ไม่หนักบ้าเลือดขนาดนี้
ทางเราขอแนะนำลำโพง
สอบถามสินค้าอื่นๆ ติดต่อทาง siamprojector
ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-4466266 , 089-8415456 , 02-101-9982






















