มิกเซอร์ (Audio Mixer) คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รวบรวมและผสมผสานสัญญาณเสียง เพื่อปรับแต่งให้เกิดความสมดุลของเสียงหรือให้ได้ลักษณะเสียงตามที่ผู้ควบคุมระบบเสียงต้องการ จากนั้นจึงปล่อยสัญญาณเสียงไปสู่เครื่องขยายเสียงต่อไป
ประเภทของ มิกเซอร์
เนื่องจากมิกเซอร์ เกี่ยวข้องโดยตรงกับสัญญาณเสียง ดังนั้นการทำความรู้จักกับประเภทของมิกเซอร์ ควรรู้จักกับประเภทของสัญญาณเสียงก่อน
เดิมทีสัญญาณเสียงที่ใช้ในการสื่อสารในงานระบบเสียง คือ สัญญาณไฟฟ้า หรือ สัญญาณแอนะล็อก(Analog) ดังนั้น มิกเซอร์ ที่มีจึงเป็นมิกเซอร์แอนะล็อก ซึ่งสัญญาณแอนะล็อกมักมีข้อด้อย คือการสูญเสียที่เกิดจากความต้านทาน (Impedanced) ภายในสายจากความยาวของสายสัญญาณ โดยเฉพาะการใช้สายสัญญาณที่มีความยาวมากเกินไปและเชื่อมต่อแบบอันบาลานซ์ (Unbalanced) โดยส่วนใหญ่การสื่อสารของสัญญาณแอนะล็อกในงานระบบเสียงจะนิยมใช้สายสัญญาณและการเชื่อมต่อ แบบบาลานซ์ (Balanced) เพื่อลดการสูญเสียของสัญญาณที่เกิดจากความต้านทานภายในสายลงได้มาก มีผลทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีมีความสมบูรณ์ของสัญญาณมากขึ้น
แต่เมื่อเกิดการพัฒนาของเทคโนโลยีในงานระบบเสียง สัญญาณเสียงประเภทดิจิทัลจึงถือกำเนิดขึ้น และมิกเซอร์ดิจิทัลก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการสื่อสารของสัญญาณเสียงดังกล่าว โดยพัฒนาระบบการสื่อสารและสายสัญญาณให้มีการชดเชยสัญญาณที่สูญเสียไป อีกทั้งยังลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนด้วย ทั้งนี้มิกเซอร์ จึงมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันตามพัฒนาการของเทคโนโลยี โดยความแตกต่างของทั้งสองมิกเซอร์ มีดังนี้
มิกเซอร์แอนะล็อก
มิกเซอร์แอนะล็อก เป็นมิกเซอร์ที่ต้องเชื่อมต่อสายสัญญาณไฟฟ้ากับอุปกรณ์ระบบกระจายเสียงสาธารณะ (Public Address: PA) หลายอย่าง เช่น Equalizer, Compressor และ Crossover เป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหลายเหล่านี้จะทำงานร่วมกันกับมิกเซอร์แอนะล็อก เพื่อให้ผู้ควบคุมเสียงสามารถปรับแต่งเสียงได้ตามที่ต้องการ
จุดเด่นของมิกเซอร์แอนะล็อก คือ มีฟังก์ชันการทำงานที่ง่าย ราคาไม่แพง เหมาะกับระบบเสียงที่ไม่ต้องการความสลับซับซ้อนมาก
มิกเซอร์ดิจิทัล
มิกเซอร์ดิจิทัลถูกพัฒนาขึ้นโดยลดความยุ่งยากในการติดตั้งอุปกรณ์ในระบบ PA ด้วยการรวมอุปกรณ์ด้านการปรับแต่งเสียงให้อยู่ภายในเครื่องมิกเซอร์ดิจิทัล ทำให้ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม และในด้านการปรับแต่งเสียงมิกเซอร์ดิจิทัล จะมีโปรแกรมเฉพาะที่ช่วยให้การทำงานนั้นง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังสามรถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ภายนอก เช่น Tablet ผ่านแอปพลิเคชันเพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมแก่ผู้ใช้งานได้
จุดเด่นของมิกเซอร์ดิจิทัล คือ ความสะดวกสบาย ทั้งในแง่การติดตั้งที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมาก มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย มีเอฟเฟกต์ให้เลือกใช้ในโปรแกรม และในด้านการทำงานที่สามารถปรับแต่งเสียงได้ภายในโปรแกรมเดียว
ปุ่มต่างๆของมิกเซอร์ (บทความนี้เป็นบทความคร่าวๆ)
ปุ่ม HI-Z คืออะไร?

ในมิกเซอร์ อนาล็อกหลาย ๆ รุ่น รวมถึงซาวด์การ์ด Z เป็นสัญญลักษณ์แทนค่าความต้านทานรวมของวงจรไฟฟ้า หรือค่า Impedance
ดังนั้น HI-Z ก็คือ ค่าความต้านทานสูง HI-Z Input มักอยู่ในมิกเซอร์อนาล็อกหลาย ๆ รุ่น รวมถึงซาวด์การ์ดด้วย เป็นช่องสำหรับต่อกับอุปกรณ์ที่มีค่า Impedance สูง ๆ ยกตัวอย่างก็คือ เครื่องดนตรีที่ไม่ต้องใช้ไฟเลี้ยง อย่างเช่น กีต้าร์ เบส ที่มีความต้านทานสูง จึงต้องปรับความต้านทานของมิกเซอร์ให้เข้ากับเครื่องดนตรี ทำให้เพิ่มอัตราขยายของเสียงให้ดังเป็นปกติในภาคปรีแอมป์ ให้เสียงไม่บี้ ไม่ดรอป โดยการกดปุ่ม HI-Z นั่นเอง
ปุ่ม Comp บนมิกเซอร์อนาล็อก

- กรณีไม่บิดปุ่ม : Threshold หรือจุดที่จะเริ่มการกดสัญญาณจะอยู่สูง , Ratio อัตราการบีบสัญญาณจะน้อยมาก หรือไม่มีเลย
ดังนั้นจึงไม่มีการกดสัญญาณเกิดขึ้น - กรณีที่บิดปุ่มไปทางขวาสุด : Threshold อยู่ในระดับที่ต่ำลง สัญญาณใด ๆ ก็ตามที่สูงเกิน Threshold ขึ้นไปจะถูกกดสัญญาณลงมา
Ratio อัตราการบีบสัญญาณก็จะเยอะตามไปด้วย และ Make Up Gain จะทำงานเพื่อชดเชยความดังที่เสียไป จากการถูกกดสัญญาณ
ไฟ +48V หรือ Phantom

เป็นระบบไฟ DC กระแสต่ำ ๆ สำหรับเลี้ยงวงจร Active เช่น DI Box , Mic Condenser โดยขั้ว 1 เป็นกราวด์ ขั้วที่ 2 และ 3 ของ XLR
จะเป็นไฟกระแสตรงขั้วบวก (+) ความต่างศักย์ของขา 2 และ 3 จึงเท่ากัน และไม่ส่งผลกระทบต่อสัญญาณเสียง ที่ใช้สายสัญญาณร่วมกัน แต่การใช้งานระบบไฟ +48V
ต้องใช้สายแบบ Balanced เท่านั้น และอย่าเผลอกดปุ่ม Phantom เมื่อใช้กับอุปกรณ์อื่นที่ไม่ต้องการไฟเลี้ยง อุปกรณ์บางอย่างอาจเสียหาย เพราะไฟ 48V ได้
สอบถามสินค้าอื่นๆ ติดต่อทาง siamprojector
ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-4466266 , 089-8415456 , 02-101-9982






















